สุขภาพอนามัยของผู้เล่น บาคาร่าออนไลน์

สุขภาพอนามัยที่ดีของมนุษย์เรานับเป็นสิ่งที่ดีในชีวิตสุขภาพที่ดีย่อมส่งผลลัพธ์ ถึงทำเอาคนเรามีความสนุกสนานในชีวิตการบริการร่างกายจึงเปรียบเสมือนยาแบบหนึ่ง ที่ส่งผลให้ร่างกายของมนุษย์เราแข็งแรง สุขภาพอนามัยของคนเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่สนใจรักษา มันก็จะเสื่อมสภาพลง  การเอาใจใส่

ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นการสนใจพลานามัยที่ถูกต้องเริ่มทำจากการออกกำลัง การทานอาหารที่มีค่าต่อร่างกายต่ออนามัยของเรา บาคาร่าออนไลน์ การทานอาหารจึงเป็นข้อสำคัญของร่างกาย คนที่ชอบกินอาหารรสจัดก็เสี่ยงกับการเป็นเบาหวาน คนที่รับประทานอาหารมีปริมานไขมันมาก ก็เสี่ยงกับการเป็นคนอ้วน โรคเหล่านี้เป็นโรคที่ผลร้ายต่ออนามัยของคนเรามาก ถ้าเราไม่สนใจปล่อยให้บังเกิดกับร่างกายของมนุษย์เรา เราก็แย่ลง การเลือกทานอาหารที่มีคุณค่า เช่นผักผลไม้ตามปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายเนื้อสัตว์ นม ไข่ อาหารการกินเหล่านี้ ล้วนเป็นผลดีต่อร่างกาย มนุษย์เรา ถ้าเรากิน ตามปริมาณพอสมควร ก็เป็นคุณ สำหรับร่างกายคนเรา แต่ถ้าเรากิน เกินขนาด เราก็เกิดโทษกับร่างกายมนุษย์เรา จะเห็นได้ว่าสมัยปัจจุบันมีอาหารการกินสำเร็จรูป มีจำหน่ายตามท้องตลาดเยอะแยะให้เราเลือกมาบริโภค

แต่หารู้ไม่ว่าของกินสำเร็จรูปที่จำหน่ายนั้น ไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่เพราะเขาจะไม่สนใจในการปรุงสักเท่าไหร่ เพราะเขาจะทำจำหน่ายในจำนวนมาก การทำอาหารทานเองเป็น การสนใจต่อสุขภาพอนามัย เพราะคนอย่าง เราก็ต้องหาแต่สิ่งที่ดีๆมาทำ ในการปรุงแต่ ถ้าเราซื้ออาหารการกินสำเร็จรูปมารับประทาน เขาก็จะใช้วัตถุปรุงแต่งรสชาติซะโดยมาก วัตถุปรุงแต่งชาติกลุ่มนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เป็นเหตุให้กระดูกพุเร็ว ทำเอาเป็นความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่ออนามัย

ประวัติกีฬาแฮนด์บอล

กีฬาแฮนด์บอล มีที่มาจากประเทศเยอรมนี โดยนาย Konrad Koch ครูพละศึกษาคนหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) กีฬาแฮนด์บอลก็ถูกพัฒนาขึ้นในทวีปยุโรป และกำหนดกติกาขึ้นโดยอ้างอิงจากกติกาของกีฬาฟุตบอลเป็นหลัก ซึ่งเป็นการดัดแปลงกีฬาฟุตบอลมาเล่นด้วยมือแทน เดิมใช้ผู้เล่นทีมละ 11 คน แต่ลดลงเหลือทีมละ 7 คนแทน เนื่องจากผู้เล่นมีจำนวนมากจนเกินไปทำให้เล่นไม่สะดวก จากนั้นจึงค่อย ๆ แพร่หลายเรื่อยมา

ในปี พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) แฮนด์บอลถูกนำไปสาธิตในงานกีฬาโอลิมปิก และถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในรายการการแข่งขันกีฬาระดับชาติเมื่อปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนถูกบรรจุเข้าเป็นชนิดกีฬาการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก เมื่อปี พ.ศ. 2479 (ค.ศ. 1936) ก่อนที่จะเจอกับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 จนความนิยมลดลง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) ก็ได้มีการแก้ไขกติกาแฮนด์บอลใหม่ ด้วยการนำเอากติกาของกีฬาฟุตบอล และกีฬาบาสเก็ตบอลมาผสมกัน เพื่อฟื้นฟูความนิยมกีฬาแฮนด์บอลให้กลับมาอีกครั้ง ปัจจุบันกีฬาแฮนด์บอลกลายเป็นกีฬาที่นิยมกันไปทั่วโลก

แฮนด์บอล ประวัติแฮนด์บอลในประเทศไทย

หลังจากที่กีฬาแฮนด์บอลนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว ประเทศไทยก็เริ่มนำเอากีฬาแฮนด์บอลเข้ามาเมื่อปี พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) โดย อาจารย์กอง วิสุทธารมย์ อดีตอธิบดีกรมพลศึกษาในขณะนั้น ซึ่งในตอนนั้นยังกติกาแฮนด์บอลยังต้องมีผู้เล่นทีมละ 11 คน  จึงทำให้ไม่สะดวก และไม่เป็นที่นิยมในไทยมากนัก

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) อาจารย์ชนิต คงมนต์ ได้บรรจุกีฬาแฮนด์บอลเข้าสอนในโรงเรียนฝึกหัดครูพลานามัย และวิทยาลัยพลศึกษาอื่น ๆ ก่อนที่จะแพร่หลายไปยังโรงเรียนต่าง ๆ จนกลายเป็นหลักสูตรบังคับของชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเมื่อปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) และใช้กติกาการแข่งขันแบบสากลเมื่อปี พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) และเป็นที่นิยมในประเทศไทยในที่สุด

แฮนด์บอล

ประโยชน์จากการว่ายน้ำ ดีจนไม่ควรมองข้าม

ประโยชน์จากการว่ายน้ำ ดีจนไม่ควรมองข้าม

“ว่ายน้ำ” ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่นิยมมากๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะ การว่ายน้ำสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายและช่วยเสริมสุขภาพให้ดูดีมีชีวิตชีวามากขึ้น แถมยังเป็นกิจกรรมที่สามารถคลายความเครียดและความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานให้หายเป็นปลิดทิ้ง…

แต่…หลายท่านคงยังไม่รู้ว่าประโยชน์จากการว่ายน้ำที่แท้จริงนั้นมีอะไรบ้าง? เราเลยถือโอกาสมาแนะนำกันเสียตรงนี้เลยดีกว่า เผื่อว่ามีท่านใดกำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกการออกกำลังกายด้วยวิธีไหนดีและยังตัดสินใจไม่ได้  หากลองได้ศึกษา เชื่อเหลือเกินว่าท่านจะมีคำตอบเหลือเพียงหนึ่งเดียวในใจได้แน่นอน

1. การว่ายน้ำช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและบริหารหัวใจ

การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ได้ผลลัพธ์คุ้มค่าอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะ การออกกำลังกายในน้ำซึ่งต้องใช้แรงต้านระดับปานกลางสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ ซึ่งการเสริมสร้างและรักษากล้ามเนื้อจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและมีอายุยืนยาว โดยเฉพาะเมื่อแก่ตัวลง นอกจากนี้การฝึกด้วยแรงต้านยังช่วยในเรื่องความสมดุล ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ รวมถึงสุขภาพของกระดูกด้วย

2. การว่ายน้ำช่วยรักษาสุขภาพปอด

จากการวิจัยของบางสถาบัน กล่าวไว้ว่านักว่ายน้ำกับความสามารถของปอดนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง เพราะ เมื่อปอดแข็งแรงร่างกายก็จะสามารถรับและระบายออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมันส่งผลดีกับร่างกายของคุณมากๆ ระบบทางเดินหายใจจะไหลลื่นไม่หอบหรือติดขัด และปอดที่แข็งแรงจะไม่ทำให้ร่างกายป่วยได้ง่ายๆ อีกด้วย

3. การว่ายน้ำช่วยให้ผ่อนคลาย

น้ำเป็นตัวแทนของความสดชื่นและเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูถ้าหากได้อยู่ใกล้กับน้ำ เพราะ การวิจัยชี้ว่าอิทธิพลของน้ำนั้นมีผลต่อสมอง ส่งผลให้สมองได้พักผ่อนเปรียบเสมือนการได้ฝึกสมาธิ ซึ่งจะได้รับประโยชน์สูงสุดในกระบวนการรับรู้ของสมองก็คือการว่ายน้ำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายนั่นเอง

4. การว่ายน้ำทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

ทะเล แม่น้ำ หรือแหล่งน้ำ(สะอาด)ที่ไหนซักแห่งบนโลกใบนี้  ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น แน่นอนว่าจะทำให้คุณสดชื่น ผ่อนคลาย ลดความตรึงเครียดได้เ เพราะ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ยิ่งถ้าได้ใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น ดำน้ำ โต้คลื่น ก็จะช่วยพัฒนาสภาพจิตใจและร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมช่วยให้มีน้ำหนักตัวคงที่ และชีวิตแฮปปี้แน่นอน

5. การออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ


การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยในการกระตุ้นหัวใจแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อของตัวคุณ ซึ่งต่างจากการวิ่งหรือการออกกำลังกายที่มุ่งเน้นความแข็งแรงและความเร็ว และการว่ายน้ำนั้นเหมาะกับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และทุกประเภทของร่างกายจริงๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบ เป็นต้น

อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าคงตัดสินใจกันไม่ยากแล้ว เพราะ ประโยชน์และข้อดีของการว่ายน้ำนั้นส่งผลดีต่อร่างกายจริงๆ แต่ต้องไม่ลืมว่าการออกกำลังกายต้องทำควบคู่ไปกับการทานอาหารให้ครบห้าหมู่ หรือออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารเสริมที่ส่งผลดีต่อร่างกาย…

วิธีกระโดดเชือกที่ถูกต้อง สามารถทำให้หุ่นดีได้

คนรักสุขภาพทั้งหลาย ส่วนใหญ่หลายคนได้ยินมาว่าการกระโดดเชือกมาก ๆ อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็ว จากแรงกระแทกที่สูงในขณะที่กระโดด แต่ที่จริงแล้วแล้ว หากเรากระโดดเชือกด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง แรงกระแทกที่เกิดขึ้นขณะกระโดด ถือว่าน้อยมาก ระดับที่เรียกได้ว่า การกระโดดเชือกนับเป็นการออกกำลังกาย ที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกต่ำ (low impact exercise) เลยทีเดียว เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า ถ้าอยากหุ่นดีด้วยวิธีกระโดดเชือกที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร?

การกระโดดเชือกให้ถูกวิธี

เริ่มต้นด้วยการเลือกเชือกที่นำมาใช้กระโดด ควรซื้อเชือกแบบ Speed Rope คือเชือกกระโดดที่ทำจาก พลาสติก PVC เส้นเล็ก ๆ ควรหลีกเลี่ยงเชือกที่เป็นผ้าและเชือกที่มีการถ่วงน้ำหนัก ทั้งแบบที่เป็นท่อยางใหญ่ ๆ หนัก ๆ และแบบที่ถ่วงน้ำหนักที่ด้ามจับ ต่อมาให้ปรับความยาวเชือกให้พอดีกับส่วนสูงของเรา โดยการยืนเหยียบกึ่งกลางเชือก ดึงเชือกขึ้นมาจนตึง ความยาวของเชือกที่เหมาะสม ปลายด้ามจับจะต้องเสมอกับรักแร้พอดี ดังนั้นจึงต้องเลือกเชือกที่ยาว ๆ ไว้ก่อน เพราะสามารถปรับให้สั้นลงได้ โดยเฉพาะแบบที่ด้ามจับเป็นพลาสติก มักจะปรับความยาวเชือกจากด้ามได้ แต่ถ้าด้ามเป็นไม้ถึงจะปรับไม่ได้ ก็ยังสามารถผูกปมด้านที่ใกล้กับด้ามจับให้เชือกสั้นลงได้ แต่ถ้าเชือกที่ซื้อมาสั้นเกินไป จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย นอกจากซื้อเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเดิม

การกระโดดเชือกด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง

จะช่วยลดแรงกระแทกลงได้มาก ไม่เกิดอันตรายต่อเข่า หรือทำให้เข่าเสื่อม เข่าพัง อย่างที่หลายคนเคยได้ยินกันมา วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกที่ถูกวิธี จะกระโดดเพียงแค่ต่ำ ๆ สูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว โดยที่จะใช้ข้อเท้า กล้ามเนื้อน่อง รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อย ช่วยในการดูดซับแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงกระแทกที่เกิดขึ้นยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วย การกระโดดแบบผิด ๆ ด้วยการกระโดดสูงเกินไปต่างหาก ที่มีโอกาสทำให้เข่าพังได้ จากแรงกระแทกที่สูงเกินไป

ความยาวของเชือกมีผลต่อการกระโดดค่อนข้างมาก

เชือกที่ยาวหรือสั้นเกินไปจะกระโดดให้เข้าจังหวะได้ยาก เชือกจะติดบ่อย ไม่สามารถทำการกระโดดต่อเนื่องได้ การกระโดดเชือกต้องสวมรองเท้ากีฬา ด้วยเสมอ เพื่อลดแรงกระแทกอีกทางหนึ่ง ห้ามกระโดดเท้าเปล่าเด็ดขาด รองเท้าที่เหมาะสมสำหรับกระโดดเชือกได้แก่ รองเท้ากีฬาอินดอร์ รองเท้าครอสเทรนนิ่ง รองเท้าแอโรบิค และรองเท้าวิ่ง ท่ากระโดดเชือกเบสิคที่ถูกต้อง มีดังนี้ ยืนตัวตรง หลังตรง ตามองไปข้างหน้า เปิดส้นเท้าเล็กน้อย ลงน้ำหนักที่ตำแหน่งจมูกเท้า และงอเข่าด้วยเล็กน้อย-ข้อ ศอกชิดลำตัว ใช้เฉพาะข้อมือในการหมุนเชือก กระโดดด้วยเท้าคู่ หรือสลับเท้า เพียงแค่ต่ำ ๆ พอให้เชือกลอดผ่านได้ สูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว คงไม่ยากเกินไปสำหรับวิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกแบบถูกวิธีและไม่เสี่ยงเข่าพังด้วย